ทำความรู้จัก โอซาน คาบัค กองหลังที่จะมาแก้ปัญหาเกมรับช่วงโค้งสุดท้ายฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูล

ทำความรู้จัก โอซาน คาบัค กองหลังที่จะมาแก้ปัญหาเกมรับช่วงโค้งสุดท้ายฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ออกแถลงการณ์เซ็นสัญญากับ โอซาน คาบัค กองหลังจาก ชาลเก้ 04 มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาลนี้ในวันเดดไลน์ตลาดนักเตะเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีอ็อพชั่นซื้อขาดเมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ อย่างไรก็ตามเกือบ 2 ปีก่อนเขาเคยมีข่าวพัวพันในการย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล

กองหลังวัย 20 ปีได้ยกระดับเส้นทางอาชีพค้าแข้งของตัวเองด้วยการเข้าร่วมทีมแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกเพื่อร่วมงานกับหนึ่งในไอดอลของเขา ด้วยทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่ประสบปัญหาการบาดเจ็บในแผงเกมรับฤดูกาลนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ คาบัค จะได้แจ้งเกิดในถิ่นแอนฟิลด์ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นเรามาทำความรู้จัก คาบัค ให้มากกว่านี้กันเถอะ!

 

1. เขาเคยเป็นเป้าหมายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล

1. เขาเคยเป็นเป้าหมายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล ต่างต้องการเซ็นสัญญากับ คาบัค ในปี 2019 โดยมี ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และ บาเยิร์น มิวนิค ที่ติดตามพัฒนาการของเขาอย่างใกล้ชิด แต่ในท้ายที่สุดแล้งเขาก็เข้าร่วมทีม ชาลเก้ ในช่วงซัมเมอร์ เพียง 6 เดือนหลังย้ายออกจาก กาลาตาซาราย ในบ้านเกิดเพื่อซบ สตุ๊ตการ์ท

แม้ว่าผลงานของ ชาลเก้ ตกต่ำแบบสุดขีด แต่ด้วยฟอร์มส่วนตัวของ คาบัค ทำให้เขายังคงได้รับความสนใจจากเหล่าสโมสรชั้นนำทั่วยุโรป และแล้วก็เป็น ลิเวอร์พูล ที่ดึงตัวไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวที่มีมูลค่า 1 ล้านปอนด์ พ่วงด้วยอ็อพชั่นซื้อขาด 18 ล้านปอนด์

 

2. เส้นทางอาชีพระดับสโมสร

2. เส้นทางอาชีพระดับสโมสร

คาบัค ซึ่งเกิดในเมืองอังการ่า ประเทศตุรกี เข้าร่วมอะคาเดมี่ของ กาลาตาซาราย เมื่ออายุเพียง 11 ปี เขาลงเล่นให้ยักษ์ใหญ่ของตุรกี 14 นัดโดย 13 นัดในนั้นเกิดขึ้นในฤดูกาล 2018/19 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้ สตุ๊ตการ์ท ช่วงกลางฤดูกาล

ที่นั่นเขาได้รับรางวัล Bundesliga’s Rookie of the Season หรือดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของบุนเดสลีกา แม้จะลงเล่นไปเพียง 15 นัดในลีกก็ตาม พรสวรรค์ของเขาโดดเด่นในทันทีและภายใน 6 เดือนเขาถูก ชาลเก้ ดึงไปร่วมทีมหลังจากจ่ายค่าฉีกสัญญา 13.5 ล้านปอนด์ ตลอดหนึ่งฤดูกาลครึ่ง คาบัค ลงเล่นในบุนเดสลีกา 40 นัดให้ราชันสีน้ำเงิน แต่สโมสรต้องดิ้นรนอย่างหนัก

ในฤดูกาล 2019/20 ชาลเก้ไม่ชนะใครเลยหลังจากเอาชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เมื่อกลางเดือนมกราคม พวกเขารอดชีวิตมาได้ด้วยฟอร์มที่ดีในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลนั้น แต่ฟอร์มอันย่ำแย่ยังคงดำเนินต่อไปในฤดูกาลปัจจุบัน

ระหว่างวันที่ 18 มกราคม 2020 จนถึง 8 มกราคม 2021 ชาลเก้ไม่ชนะเกมลีกแม้แต่นัดเดียวก่อนที่ชนะ ฮอฟเฟนไฮม์ อย่างไรก็ตามตอนนี้พวกเขาก็ยังจมปลักอยู่อันดับบ๊วยของบุนเดสลีกาและห่างจากโซนปลอดภัย 9 แต้ม

ในระหว่างนั้น คาบัค ติดโทษแบนเป็นเวลา 5 เกมหลังจากถูกจับได้ว่าไปถ่มน้ำลายใส่ ลุดวิก ออกุสตินส์สัน เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว พร้อมกับถูกปรับเป็นเงิน 13,235 ปอนด์ อีกด้วย

 

3. ประสบการณ์ระดับทีมชาติ

3. ประสบการณ์ระดับทีมชาติ

คาบัค ได้รับโอกาสลงสนาม 50 นัดให้ทีมชาติตุรกีชุดเยาวชนและตอนนี้ก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัว เขาถูกเรียกตัวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2019 และกลายเป็นขาประจำมาโดยตลอดตั้งแต่นั้นมา โดยลงสนามไปแล้ว 7 นัด

 

4. ความคิดเห็นจากคนในสโมสร

4. ความคิดเห็นจากคนในสโมสร

เดวิด ว้ากเนอร์ อดีตกุนซือชาลเก้: “โอซานเป็นหนึ่งในกองหลังที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในยุโรป ทุกคนรู้ดีว่าหลายทีมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเซ็นสัญญากับเขา เขาเป็นหนึ่งในกองหลังที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในยุโรป”

โธมัส ฮิตเซิลสแปร์เกอร์ ผู้อำนวยการกีฬาของสตุ๊ตการ์ท: “มันเหลือเชื่อมาก ๆ สำหรับฟุตบอลของเขาด้วยวัยแบบเขา มันน่าอัศจรรย์มาก ๆ ผมเห็นเขาทุกวันและประหลาดใจที่เขาเป็นผู้ใหญ่เกินวัย เขาต้องการรับรู้ทุกอย่าง เขาต้องการเรียนภาษาเยอรมันและเข้าใจทุกอย่างในทันที นั่นคือทัศนคติที่เราต้องการ เขาเป็นแบบอย่างแม้จะอายุน้อยก็ตาม”

เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล: ” เดวิด ว้ากเนอร์ เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีอยู่แล้ว เขายังเด็กมาก ๆ ที่เยอรมนีและทุกคนมองเห็นว่าเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์มหาศาล เดฟพูดเสมอว่าเขาจะเป็นกัปตันทีมในอนาคต เขาเป็นคนที่มีบุคลิกเหมาะสม”