ทำไม อมาดู ไฮดาร่า จึงเป็นเป้าหมายเบอร์ 1 ของ ราล์ฟ รังนิค ในตำแหน่งกองกลาง?

ทำไม อมาดู ไฮดาร่า จึงเป็นเป้าหมายเบอร์ 1 ของ ราล์ฟ รังนิค ในตำแหน่งกองกลาง?

“เรามีผู้เล่นระดับท็อปอีกคนอยู่ในมือ ผมรู้มาระยะหนึ่งแล้ว” ราล์ฟ รังนิค กล่าวเมื่อเดือนมีนาคม 2019

อมาดู ไฮดาร่า ย้ายจาก เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก เพื่อเข้าร่วมทีม แอร์เบ ไลป์ซิก ในปี 2018 แต่อาการบาดเจ็บที่เข่าทำให้เขาต้องรอ 4 เดือนครึ่งเพื่อประเดิมสนามให้กับสโมสร การรอนั้นคุ้มค่า เมื่อย้ายมา ไฮดาร่า ได้ยกระดับเกมของตัวเองไปสู่อีกขั้น และพัฒนาตัวเองให้เป็นหนึ่งในกองกลางระดับแถวหน้าของบุนเดสลีกา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทราบดีถึงคุณสมบัติของเขาก่อนที่จะแต่งตั้ง รังนิค เป็นกุนซือขัดตาทัพแล้ว แต่มีรายงานว่าเฮดโค้ชชาวเยอรมันตั้งเป้าหมายไปที่มิดฟิลด์วัย 23 ปีเพื่อปรับปรุงแดนกลางของปีศาจแดงก่อนเปิดตลาดซื้อขายเดือนมกราคม

ค่าฉีกสัญญา 33 ล้านปอนด์ในสัญญาของเขาทำให้ ไฮดาร่า สามารถย้ายได้ในเดือนมกราคม แต่สิ่งที่ ยูไนเต็ด จะได้รับจากการใช้จ่ายและการย้ายของมิดฟิลด์ชาวมาลีจะบอกอะไรเราเกี่ยวกับทิศทางของสโมสรภายใต้การคุมทีมของ รังนิค ได้บ้าง?

 

# ความสัมพันธ์ของเขากับรังนิค?

# ความสัมพันธ์ของเขากับรังนิค

ไฮดาร่า เข้าร่วมทีม ไลป์ซิก ที่คุมโดย รังนิค ในเดือนธันวาคม 2018 แทนที่ นาบี้ เกอิต้า ซึ่งย้ายไป ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 57 ล้านปอนด์ รังนิค ต้องการกองกลางที่มีพลังสำหรับเกมที่เน้นการเพรสซิ่ง เฮดโค้ชชาวเยอรมันไม่สงสัยเลยกับคลาสของ ไฮดาร่า และเขาก็แฮปปี้ที่ดีลสามารถเกิดขึ้นได้

“เราดีใจมาก ๆ ที่ได้ อมาดู ไฮดาร่า เข้าร่วมทีม มันมีผู้เล่นไม่มากนักที่มีศักยภาพแบบเขา เขามีศักยภาพทั้งหมดที่จะประสบความสำเร็จเหมือนกับ เกอิต้า” รังนิค กล่าวในเดือนธันวาคม 2018

ไฮดาร่า ลงเล่นภายใต้การคุมทีม รังนิค เพียง 12 เกม ก่อนที่เฮดโค้ชวัย 63 ปีอำลาทีมไปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล แต่กุนซือชาวเยอรมันรู้สึกว่ามิดฟิลด์รายนี้เหมาะสมกับระบบเพรสซิ่งสูงของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

 

# ตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขาคือตรงไหน?

# ตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขาคือตรงไหน

ไฮดาร่า ถูกเซ็นสัญญาเพื่อเป็นมิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ที่ ไลป์ซิก แต่เขาได้เล่นทั้งสามตำแหน่งในแดนกลางที่เยอรมนี คุณภาพที่ดีที่สุดของมิดฟิลด์ทีมชาติมาลีคือความเข้มข้นในเกมของเขาเมื่อไม่มีบอล ซึ่งมักจะนำไปสู่การเปรียบเทียบกับ เกอิต้า และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้

ด้วยเหตุนี้เขาจึงมักถูกจัดวางในตำแหน่งหมายเลข 8 ในบทบาทบ็อกซ์ทูบ็อกซ์แบรนด์ฟุตบอลของรังนิคนั้นเป็นเกเก้นเพรสซิ่งซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ผู้จัดการทีมอย่าง เยอร์เก้น คล็อปป์ และ โธมัส ทูเคิ่ล

เมื่อใช้อย่างถูกต้อง เกเก้นเพรสซิ่งเป็นการเพรสซิ่งที่ประสานกันและดุดันของทีมในครึ่งแดนของพวกเขาเองซึ่งเพื่อทำให้ฝ่ายคู่แข่งสร้างข้อผิดพลาด แต่จะให้ประสบความสำเร็จได้ แท็คติกนี้ต้องใช้ผู้เล่นที่มีพลังงานสูงและ ไฮดาร่า มีศักยภาพนั้น

อย่างไรก็ตาม ไฮดาร่า สามารถเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับได้เช่นกัน หรือตำแหน่งเบอร์ 6 แต่ความแข็งแกร่งของเขาไม่ใช่การครองบอล และเขาต้องดิ้นรนเพื่อสร้างเกมรุก ไฮดาร่า ผ่อนคลายเมื่อเล่นทั้งเบอร์ 6 และ 8 อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า “ผมรู้สึกดีที่สุดเมื่อผมอยู่ในตำแหน่ง 6 หรือ 8 แต่ฤดูกาลที่แล้วโค้ชพาผมไปเล่นในทุกตำแหน่ง”

 

# ยูไนเต็ดจะเล่นด้วยระบบอะไรหากมีเขา?

# ยูไนเต็ดจะเล่นด้วยระบบอะไรหากมีเขา_

ยูไนเต็ดมีตัวเลือกมากมายในแดนกลาง แต่มากจะขึ้นอยู่กับวิธีที่ รังนิค ใช้งาน เฮดโค้ชชาวเยอรมันชื่นชอบแผนการเล่นแบบ 4-2-2-2 มากกว่า การให้แผงเกมรับยืนสูง ทำให้เขาต้องการให้มิดฟิลด์ตัวกลางที่เพรสซิ่งในแดนของฝ่ายตรงข้าม

ไม่ว่าระบบจะเป็นอย่างไร เป็นไปได้มากที่สุดที่ ไฮดาร่า จะเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์สองคน แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่าเขาจะได้ประสานงานกับใคร สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด เล่นได้ดีเมื่จับคู่ด้วยกันในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ แต่พวกเขามีความเป็นแบบบ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์มากกว่า ในขณะที่ ปอล ป็อกบา ไม่ได้มีวินัยในเกมรับมากพอ

เมื่อ รังนิค เข้ามา ระบบเพรสซิ่งสูงจะถูกนำมาใช้ และ ไฮดาร่า น่าจะถูกใช้งานในบทบาทหมายเลข 8 ได้ดีที่สุด และนั่นจะทำให้ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด คนใดคนหนึ่งต้องถูกดร็อป

ค่าฉีกสัญญาของ ไฮดาร่า ทำให้ ยูไนเต็ด ไม่จำเป็นต้องเจรจากับ ไลป์ซิก เพื่อขอลดค่าตัวเลยหากพวกเขาพร้อมยื่นข้อเสนอตามที่กำหนดไว้ในสัญญา แต่อย่างไรก็ตาม ไฮดาร่า เปิดเผยเองในปี 2019 ว่าเขาใฝ่ฝันที่จะเล่นในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

“ผมชื่นชอบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาก ๆ และเฝ้าดูเกมเป็นจำนวนมาก ผมใฝ่ฝันว่าจะได้เล่นที่นั่นสักครั้ง” ไฮดาร่า กล่าว

เมื่อ รังนิค เป็นกุนซือ นั่นอาจกลายเป็นความจริงในเดือนมกราคมนี้ และกองกลางรายนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับการปฏิวัติของเฮดโค้ชชาวเยอรมันที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 

เนื้อหาอื่นๆ