5 เหตุผลที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะไม่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

5 เหตุผลที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะไม่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเริ่มต้นการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยการไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในวันที่ 15 สิงหาคม มันจะเป็นครั้งแรกที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พาทีมของเขาลงสนามโดยไม่มีกองหน้าระดับท็อป แม้ว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขก่อนตลาดซื้อขายจะปิดลงในวันที่ 31 สิงหาคม แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดในเรื่องเดียวกัน

การป้องกันตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจเป็นเรื่องยาก
พรีเมียร์ลีกกำลังจะมีการแข่งขันมากขึ้นในครั้งนี้ด้วยการเพิ่มดาวดังระดับโลกมากมายทั้ง ราฟาเอล วาราน, จาดอน ซานโช่ และ โรเมลู ลูกากู เป็นต้น ทั้งหมดจะเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับลีก

ดังนั้นการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกจะไม่ง่ายเลยสำหรับ ซิตี้ แต่ก่อนถึงสุดสัปดาห์นั้นเรามาพูดถึงอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด 5 ข้อที่ขวางทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สำหรับการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกกัน!

 

1. ไม่มีกองหน้าตัวเป้าระดับท็อป

1. ไม่มีกองหน้าตัวเป้าระดับท็อป

หลังจากการย้ายออกไปของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ไม่มีกองหน้าระดับท็อป กาเบรียล เฆซุส มักถูกจับไปอยู่ทางกราบซ้ายมากกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำลายสถิติซื้อขายนักเตะในพรีเมียร์ลีกด้วยการทุ่มเงิน 118 ล้านยูโรคว้า แจ็ค กรีลิช เพลย์เมคเกอร์จาก แอสตัน วิลล่า อย่างไรก็ตามเกมรุกของพวกเขาดูไร้เขี้ยวเล็บในเกมที่พ่าย เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์

ตอนนี้ กวาร์ดิโอล่า จำเป็นต้องหาผู้เล่นที่สามารถเติมเต็มช่องว่างของ อเกวโร่ โดยที่ แฮร์รี่ เคน กำลังมีข่าวเชื่อมโยงอยู่ในขณะนี้ แต่อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ยืนยันว่ากองหน้าทีมชาติอังกฤษอาจมีส่วนร่วมในเกมเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้

 

2. คาดว่าจะออกสตาร์ทไม่หวือหวา (อีกครั้ง)

2. คาดว่าจะออกสตาร์ทไม่หวือหวา (อีกครั้ง)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีผู้เล่นที่รับใช้ทีมชาติมากถึง 14 คนระหว่างการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรป โดยมี กาเบรียล เฆซุส และ เอแดร์ซอน อีก 2 คนที่ร่วมศึกโคปา อเมริกา ซึ่งพวกเขาได้รับอนุญาตให้พักเพิ่มเติม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีนักเตะตัวจริงมากถึง 9 คน รวมถึง เควิน เดอ บรอยน์ และ ฟิล โฟเด้น ที่บาดเจ็บ ซึ่งไม่มีชื่อในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยที่ กวาร์ดิโอล่า ยอมรับว่าทีมของเขาอาจจะออกสตาร์ทแบบไม่หวือหวาเหมือนฤดูกาลที่แล้ว

 

3. การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากคู่แข่ง

3. การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากคู่แข่ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วเสริมความแข็งแกร่งด้วยการดึงตัว ราฟาเอล วาราน และ จาดอน ซานโช่ ในขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีกปี 2019/20 ก็ได้ อิบราฮิมา โกนาเต้ เช่นเดียวกับการได้ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จากอาการบาดเจ็บ

เชลซี แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทุ่มเงินดึงอดีตกองหน้าของพวกเขาอย่าง โรเมลู ลูกากู เข้ามา ในขณะที่ สเปอร์ส ได้นักเตะฝีเท้าดีอย่าง คริสเตียน โรเมโร่ และ ไบรอัน กิล ด้วยเหตุนี้จึงเป็นปีที่ยากมากขึ้นสำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะคว้าแชมป์

 

4. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โฟกัสไปที่แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

4. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โฟกัสไปที่แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้าใกล้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากขึ้นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว กวาร์ดิโอล่า อยู่คุมทีมมาตั้งแต่ปี 2016 แต่ยังไม่เคยสัมผัสกับแชมป์นี้เลย แม้จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 จาก 5 ปีที่ผ่านมาก็ตาม โฟกัสในฤดูกาลนี้สำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จึงอยู่ที่อยู่ที่แชมเปี้ยนส์ ลีก และมันอาจต้องแลกกับแชมป์พรีเมียร์ลีก

ความปรารถนาของ กวาร์ดิโอล่า ที่อยากจะคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกอาจเป็นสาเหตุของความกังวลสำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หากนายใหญ่ชาวสเปนจัดลำดับความสำคัญของแชมป์ยุโรป มันอาจส่งผลให้ ซิตี้ ตกรางในระหว่างการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกไป

 

5. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจเริ่มหมดแพสชั่น?

5. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจเริ่มหมดแพสชั่น_

ในอาชีพผู้จัดการทีม กวาร์ดิโอล่า คุมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยาวนานที่สุด เขาเริ่มต้นกับ บาร์เซโลน่า เบ และได้ตำแหน่งในทีมใหญ่ในอีก 1 ปีต่อมา เขาออกจากบทบาทนั้นในอีก 4 ปีต่อมา โดยได้แชมป์ลาลีกา 3 สมัย และ แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเขาอยู่ที่นั่นอีก 3 ปี โดยกวาดชัยชนะมากถึง 82 จาก 102 เกม

แม้ว่า กวาร์ดิโอล่า จะจาก บาเยิร์น ไปโดยไม่ได้ถ้วยแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก แต่เขาคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัยติดต่อกัน แต่ถ้วยแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกที่ยังคงค้างคาใจอยู่มันดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยเหตุผลเดียว

แน่นอนว่าการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 4 ในรอบ 6 ปีจะเป็นสิ่งที่ กวาร์ดิโอล่า ภาคภูมิใจ ก่อนที่เขาจะก้าวไปสู่ความท้าทายครั้งต่อไป อย่างไรก็ตามมันจะไม่ใช่เรื่องขนาดนั้นเมื่อทีมอื่นก็ยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น กวาร์ดิโอล่า อาจรู้สึกอึดอัดกับความเหนื่อยล้าที่ต้องรอนานมากเพื่อบรรลุความสำเร็จนั้นหรือไม่? คำตอบจะถูกเปิดเผยในฤดูกาลนี้

เนื้อหาอื่นๆ