5 แข้งดาวรุ่งแจ้งเกิดในฤดูกาล 2020/21

1. ไทเลอร์ อดัมส์ (แอร์เบ ไลป์ซิก)

1. ไทเลอร์ อดัมส์ (แอร์เบ ไลป์ซิก)

ไทเลอร์ อดัมส์ ย้ายจาก นิวยอร์ก เร้ด บูลล์ส มาอยู่กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในปี 2019 แต่ไม่ได้เฉิดฉายนัก เขาลงเล่น 12 เกมรวมทุกรายการในตำแหน่งกองกลางตัวรับ ทำไป 2 แอสซิสต์ ช่วยให้ ไลป์ซิก จบอันดับที่ 3 ในบุนเดสลีกา

ภายใต้การคุมทีมของ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ทำให้ อดัมส์ มั่นใจได้ว่าจะได้รับโอกาสลงสนาม และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมที่ชนะ เอาก์สบวร์ก 3-1 เมื่อช่วงปลายฤดูกาลที่แล้วซึ่งเขาลงเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา อดัมส์ ยังทำประตูชัยในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เอาชนะ แอตเลติโก้ มาดริด ซึ่งเป็นประตูแรกของเขาสำหรับ ไลป์ซิก อีกด้วย

อดัมส์ อาจไม่ได้ทำประตูหรือแอสซิสต์เลยในฤดูกาลนี้ แต่ผลงานของเขาบ่งบอกถึงการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น ที่น่าประทับใจคือเขาสามารถรับมือกับความกดดันได้มากยิ่งขึ้น

“บางครั้งการปรับตัวได้ทันทีและไปตามสัญชาตญาณของคุณก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ช่วยผมได้ โค้ชตั้งค่าให้เราในรูปแบบที่มีการปรับตัวมากมายในเกมและรูปแบบทางแท็คติกในเกมที่แม้ว่าผมจะเล่นแบ็คขวาในบางครั้ง ผมก็สามารถรับบอลในแดนกลางได้เช่นกัน” อดัมส์ กล่าว

 

2. อเลสซานโดร บาสโตนี่ (อินเตอร์ มิลาน)

2. อเลสซานโดร บาสโตนี่ (อินเตอร์ มิลาน)

หลังจากประเดิมสนามกับ อตาลันต้า ในปี 2016-17 อเลสซานโดร บาสโตนี่ ได้พัฒนาขึ้นมาเป็นกองหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลอิตาลี นักเตะวัย 21 ปีซึ่งเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน ได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากการเป็นเซ็นเตอร์แบ็คที่ยืนตำแหน่งได้ดี, เข้าใจแท็คติก และส่วนร่วมในการขึ้นเกม เขายิงได้ 2 ประตูในศึกกัลโช่ เซเรีย อา เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยที่เนรัซซูรี่จบรองจ่าฝูงโดยตามหลัง ยูเวนตุส เพียงแค่แต้มเดียว

บาสโตนี่ ยังคงสานต่อผลงานที่ยอดเยี่ยม และตอนนี้ดูเหมือนจะก้าวมาเป็นกำลังหลักของทีมแล้ว ขณะเดียวกันเขาก็ยังติดทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่แล้วด้วย เขาเล่นในแผนกองหลังสามคนให้อินเตอร์แต่ก็ปรับตัวไปเล่นแบ็คโฟร์กับทีมชาติอิตาลีได้อย่างไม่เคอะเขิน

“ผมพอใจมาก ๆ เพราะผมคิดว่าผมโตขึ้นมาก ต้องขอบคุณเขา (อันโตนิโอ คอนเต้) ผมโอเคดีทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย เขาให้ความมั่นใจกับผมมาก ๆ” บาสโตนี่ กล่าว

 

3. เปดรี้ (บาร์เซโลน่า)

3. เปดรี้ (บาร์เซโลน่า)

เปดรี้ เป็นหนึ่งในผลผลิตที่ส่งออกจาก ลา มาเซีย ของ บาร์เซโลน่า กองกลางที่เพิ่งอายุครบ 18 ปีทำประตูได้แล้วในลาลีกา และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ เขาถูกเปรียบเทียบกับ ลิโอเนล เมสซี่ ด้วยส่วนสูงและสไตล์การเล่น กองกลางตัวรุกวัย 18 ปีลงเล่นมากที่สุดในทีมบาร์เซโลน่าฤดูกาลนี้

ความสารพัดประโยชน์และความยืดหยุ่นทางแท็คติกของเขาทำให้ โรนัลด์ คูมัน สามารถปรับใช้เขาได้ทั้งปีกทั้งสองข้าง, ศูนย์หน้า, กองกลางตัวรุก และยังเป็นกองกลางตัวรับอีกด้วย! เปดรี้ สร้างความประทับใจให้กับทุกคนด้วยความสามารถในการครองบอลและความสามารถในการกำหนดจังหวะการเล่นของทีมแม้จะยังเด็กก็ตาม

“ผมรู้ว่า บาร์ซ่า เซ็นสัญญากับเขาจาก ลาส พัลมาส และผมเคยเห็นเทปของเขาด้วย แต่ผมไม่คิดว่าจะมีใครคาดหวังถึงพัฒนาการที่รวดเร็วของเขานับตั้งแต่เข้าร่วมเล่นและฝึกซ้อมกับผู้เล่นที่ดีที่สุดของบาร์ซาด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น มันเป็นการแสดงผลงานในระดับสูง” คูมัน กล่าว

 

4. รีซ เจมส์ (เชลซี)

4. รีซ เจมส์ (เชลซี)

รีซ เจมส์ พัฒนาอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นแนวรับคนสำัญของเชลซีนับตั้งแต่ประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แบ็คขวาวัย 21 ปีเป็นหนึ่งในแบ็คขวาที่ดีที่สุดในอังกฤษแล้วในเวลานี้แม้ว่าจะทำแอสซิสต์ไม่ได้มากเท่า เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็ตาม

เจมส์ มีจุดเด่นที่การครอสบอล แถมยังสามารถยิงไกลจากแถวสองได้ดีอีกด้วย! นอกจากนี้การเป็นฟูลแบ็คแล้ว เขายังเล่นเป็นวิงแบ็คหรือแม้แต่กองกลางตัวรับด้วยเช่นกัน มันจึงไม่แปลกใจเลยที่ตอนนี้เขาคือแบ็คขวาตัวเลือกแรกของเชลซีแซงหน้า เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“พัฒนาการของเขาเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ตอนที่เขาเล่นที่ วีแกน ในแชมเปี้ยนชิพ ผมเฝ้าดูเขาอย่างใกล้ชิดและพยายามดึงเขาไปที่ ดาร์บี้ ในช่วงเดือนมกราคม แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น ผมเป็นแฟนตัวยงของพรสวรรค์โดยธรรมชาติของเขามาโดยตลอด มันมีหลายสิ่งที่เขาต้องการปรับปรุงและผมคิดว่าเขาสามารถปรับปรุงเกมของเขาได้” แฟร้งค์ แลมพาร์ด กล่าว

 

5. เคอร์ติส โจนส์ (ลิเวอร์พูล)

5. เคอร์ติส โจนส์ (ลิเวอร์พูล)

เคอร์ติส โจนส์ ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในฤดูกาลแรกเมื่อปี 2019-20 โดยทำ 1 ประตูจาก 6 นัด พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของ ลิเวอร์พูล ที่คว้าแชมป์ลีกอังกฤษครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ ในฤดูกาลนี้มิดฟิลด์วัย 19 ปีได้รับโอกาสลงเล่นมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 5 นัดในพรีเมียร์ลีก และอีก 4 นัดในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เขาทำประตูชัยในเกมที่เจอกับ อาแจ็กซ์ จนช่วยให้ทีมหงส์แดงผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ นั่นยังทำให้ โจนส์ กลายเป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 ของสโมสรในรายการนี้อีกด้วย

“เคอร์ติส ผมต้องบอกว่าเขาเป็นส่วนที่เหมาะสมมาก ๆ ของทีมนี้ ซึ่งเป็นความสำเร็จจริง ๆ ไม่มีอะไรที่คุณอยากจะบอกหลาน ๆ ของคุณหรอก เพราะถ้ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณเคยทำมาชีวิตของคุณมันก็ไม่ดีเท่าไหร่ แต่สำหรับกลุ่มอายุที่เขาอยู่นั้นมันสำคัญมาก ๆ” เยอร์เก้น คล็อปป์ กล่าว

เนื้อหาอื่นๆ